รถยนต์ไฟฟ้ายอดประหยัด

หลายต่อหลายครั้งที่ซีพบว่า วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญในประเทศต่างๆ กำลังพัฒนายานยนต์
แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์เรื่องของการใช้พลังงานทดแทนที่แสนประหยัด และคุ้มค่ากว่าการ
ใช้น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นตลอดเวลา ล่าสุดนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลียได้ออก
แบบ และสร้างต้นแบบรถยนต์แห่งอนาคตสำหรับชาวเมืองออสซี่ที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

Trev คือชื่อยานยนต์สามล้อสองที่นั่งที่สามารถเร่งความเร็วได้ตั้งแต่ 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อ
ชั่วโมงภายใน 10 วินาที โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้
ไกลกว่า 150 กิโลเมตรด้วยแบตเตอรี่โพลิเมอร์ลิเธียมที่ให้กำลังไฟฟ้าได้ 7 kWh และมีน้ำหนัก
44 กิโลกรัม เมื่อชาร์จไฟจนเต็มต้นทุนต่อการวิ่งให้ได้ระยะทาง 100 กิโลเมตรแค่ 1 เหรียญ
ออสเตรเลีย หรือประมาณ 27 บาท หรือเทียบประสิทธิภาพในการใช้พลังงานก็แค่ 1 ใน 5
ของรถยนต์ปกติ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ซีเรียกว่า รถยนต์ยอดประหยัดได้อย่างไรคะ แถมมันยัง
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ ทีมพัฒนายังอ้างอีกด้วยว่า แบตเตอรี่สามารถชาร์จด้วย
พลังงานธรรมชาติอย่างลม หรือแสงแดดก็ได้…โห…สุดยอดจริงๆ เลยนะคะ

วัสดุที่ใช้ทำตัวถังของ Trave จะประกอบด้วยโฟม, ไฟเบอร์กลาส และเคลือบด้วยอะคลิลิกอีก
ชั้นหนึ่ง ทำให้ตัวถังเบา เคลื่อนที่ได้เร็ว ขณะที่ล้อทั้งสามใช้โลหะผสมอัลลอย ห้องโดยสาร
ภายในรถสามารถนั่งได้ 2 คน(คนขับกับผู้โดยสาร) และกระเป๋าสะพายได้อีก 2 ใบ ประตูมี
ด้านเดียวคือ ด้านที่จอดให้ผู้โดยสารเดินลงฟุตบาธ สำหรับมุมมองในการขับขี่จะค่อนข้าง
สะดวกมากสามารถมองเห็นได้กว้างเนื่องจากเป็นหลังคากระจกครอบค่ะ หลายอย่างฟังดูดี
แต่ที่ซีกังวลก็คือ ความแข็งแรงของตัวถังมากกว่าค่ะ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูง
เกรงว่า วัสดุที่ใช้ทำตัวถังอาจจะเอาไม่อยู่น่ะสิคะ







style by toyota ก็เอาออกมาโชวเหมือนกัน คอนเสพคล้ายๆกันมั้งเนอะ ออกแบบสวยทั้งคู่เลย
รถลักษณะนี้จะมีให้เห็นบนถนนกรุงเทพฯเร็วๆนี้ครับ
ว่าแต่คนไทยจะซื้อกับไหมครับ ถ้าราคาเกือบเท่า eco car แต่ขนาดเล็กนิดเดียว และรัฐบาลจะสนับสนุนให้ใช้กันเหมือนในยุโรปหรือออสเตรเลียหรือเปล่า? ที่นั่นรัฐบาลเขาออกเงินช่วยซื้อให้ด้วยซ้ำไป
เอาเข้าจริงๆ คนไทยก็คงไม่ได้ใช้อยู่ดี ก็ได้แต่ดูเขาไปแบบนี้แหละครับ
Nice car
I think someone might bright in or built in this country. the we can use it.
Thanks anyway
น้ำมันกำลังแพงมากๆ ทำไมยังไม่มีใครมาผลักดัน ส่งเสริมให้มีการใช้ยานยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งจักรยานยนต์ รถยนต์ เรือ หรือยานอื่น ทดแทนยานยนต์ที่ใช้น้ำมันขณะนี้
ขอให้สื่อมวลชนช่วยกันระดมทำข่าวปลุกให้ รัฐบาลไทยเอาเรื่องยานยนต์ใช้ไฟฟ้ามาเป็นนโยบายแห่งชาติ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมัน ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศด้วยมาตรการต่างๆ เช่น
1.ลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้า อุปกรณ์ ชิ้นส่วน หรือการนำเข้ายานยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้า
2.อนุญาตให้จดทะเบียนยายยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ในอัตราค่าธรรมเนียมและภาษีที่ถูกๆ ในระยะ 3-5 ปีแรก
3.ส่งเสริมการผลิตยานยนต์ใช้ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยให้ทุนวิจัย ทุนการผลิต สนับสนุนด้านกฎหมายและภาษีโดยอนุญาตจดทะเบียนและให้วิ่งในทางหลวง
4.ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแทนยานใช้น้ำมัน ด้วยมาตรการต่างๆ เช่นให้ยืมเงินซื้อ ทำให้รถไฟฟ้าราคาถุก ปลอดภาษี ยกเว้นภาษีหลายๆปี ฯลฯ
ทำอย่างไรที่จะให้มีการใช้ยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามีราคาถูกมากๆ ปลอดภาษีและค่าใช้จ่ายในระยะเริ่มต้นโดยมีเป้าหมายทดแทนการใช้และลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ราคาเท่าไหร่อ่ะครับ ตอบที่อีเมลทีครับ สนใจมากเลย
ทำเองเลยครับ
ราคาเท่าไหร่แล้วมีขายที่ไหน
ขอบคุณ
ตายแล้วเกิดอีก 3 รอบ ก็ไม่ได้ใช้ แต่ขอบคุณที่เอามาให้หวัง
นอกจาก พล.อ.ท.มรกตแล้ว มหาวิทยาลัยหรือหน่วยไหนของไทยจะนำตัวถังรถเครื่องยนต์ที่ใช้นำ้มันมามาปรับใช้พลังงานไฟฟ้าบางไหมครับ น่าจะประหยัดได้อีกตั้งมากนะครับที่ก๊าซยังทำใด้เลย จะได้ลดขยะซากเรถเก่าจอดทิ้งเต็มบ้านเต็มเมือง
เห็นรถแล้วก็คิดถึงน้ำมันนะครับ
ปัจจุบันแพงมาก ผมนี่ไม่อยากออกไปไหนเลย
จะติดแก๊สก็กลัวระเบิดอ่ะครับ
คนมีอำนาจบาท(เงิน)ใหญ่ ยังขายน้ำมันในเมืองไทย
ต่อให้ชาติหน้าตอนเย็น ก็ไม่มีโอกาสใช้
แค่รู้ว่ามีรถประหยัดแบบนี้อยู่ในโลก ชาวบ้านทั่วไปยังไม่รู้เลย
อนาจใจ
รัฐจะลุ้นรถยนต์ไฟฟ้าแต่สู้แรงเงินของบริษัทรถยนต์ใช้น้ำมันและบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในประเทศไม่ได้ ก็ต้องกราบขอร้องนายทุนผู้ยิ่ใหญ่ทั้งหลายได้โปรดกรุณาเห็นแก่ประเทศไทย ชาวไทยรากหญ้าทั้งหลาย เปิดช่องให้รถยนต์ไฟฟ้าได้เกิดมาให้คนไทยได้ใช้บ้างเถิด (ในราคาถูก) จักยานต์หรือยานยนต์ใช้ไฟฟ้าอื่นๆด้วยครับ
อยากได้สักคันหนึ่งมีใครพอจะให้ยืมเงินได้บ้างคนละสองบาทก็ได้นะฮิ ๆ
ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับขี่ในท้องถนนได้หรือไม่
รูปร่างแปลกๆแหะ
ผมใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามา 2-3 ปีแล้ว ใช้อยู่ 2 คัน
500 w. คันหนึ่ง และ 800 w. อีกคันหนึ่ง จีนแดงทั้งหมด
เสียภาษีตีทะเบียนทั้งคู่
ก็สามารถวิ่งบนท้องถนน ให้ตำรวจแถวบ้านงงแล่นได้แล้วครับ
ผมขับไป หัวเราะเยาะเย้ยเศรษฐีน้ำมันไป
อีกหน่อย พวกแกก็กินทรายกับน้ำมันแทนข้าวก็แล้วกัน
รอแต่ว่า เมื่อไหร่ภาครัฐไทยจะนึกถึงฅนในประเทศมาก่อนนายทุนต่างชาติ
คนมีอำนาจอยู่ระดับบนน่ะ ถ้าโง่คงไม่อยู่ระดับนั้นหรอก
แต่ที่แกล้งโง่อยู่ทุกวันนี้ เพราะอะไร ก็รู้กันทั่วไปเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
สุดยอดจริงๆ
ผมใช้รถจักรยานไฟฟ้า (รถถีบ)ไปทำงานวันละ 32 กิโลเมตร มาปีกว่าแล้วครับ สบาย ประหยัด ออกกำลังกายได้ด้วย (ถ้าต้องการคือปั่นไป)ตอนแรกจราจรตามติดท้ายว่ารถอะไรแต่ทำอะไรไม่ได้มันเป็นรถจักรยาน มาวันนี้เห็นในทีวีรถยนต์ไฟฟ้าที่เมืองจีนราคาแค่ แสนสอง เท่านั้น สนใจมาก ใครมีหรือรู้แหล่งนำเข้าช่วยตอบหน่อย
โทดทีคับ แต่ อยากจะบอกว่า แบตเตอร์รี่(ลิเทียม-โพลิเมอร์) ที่ใช้ในรถยนต์ประเภทไฟฟ้า(Hybrid) มีอายุการใช้งานเพียงแค่ 4-5 ปีเท่านั้น ก็ต้องเปลี่ยนแบตใหม่ แต่ราคาของแบตจะอยู่ที่หลักแสนครับ เพราะฉะนั้น ราคาแบตที่ต้องเปลี่ยนก็ไม่ต่างกันกับราคาน้ำมันที่ต้องเติมเลยครับ ลองคิดระหว่างค่าแบตกับค่าน้ำมันกันเอาเองแล้วกันนะ
เผื่อใครสนใจจะดัดแปลงรถเครื่องยนต์มาเป็นไฟฟ้านะครับ
เราพอทำกันเองได้นะครับ ฝีมือช่างไทยธรรมดานี่แหละครับ
http://thaielectricdream.blogspot.com/2009/09/blog-post.html
แวะมาดูได้นะครับ รถไฟฟ้า D.I.Y ไม่มีขายของครับ มาแบ่งปันประสบการณ์กัน
อยากรู้เรื่องเครื่องยนต์และระบบการเก็บไฟและการนำไฟออกมาใช้และโครงสร้างต่างๆ
จะมีใครสนใจความเห็นของเราบ้าง ชาตินี้จะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าใช้หรือไม่ ถ้าความเห็นที่ 4 ได้รับการตอบสนอง เราจะเป็นหนึ่งที่ร่วมด้วย
น่าใช้สุด ๆ อยากทำเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญญา
search หาเรื่องนี้ไปทั่ว
เข้าไปที่ http://www.evthailand.com
ก็พอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง